การติดตั้ง Rust
Rust เป็นภาษาโปรแกรมที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัย ซึ่งได้รับความนิยมในกลุ่มนักพัฒนา เนื่องจากความเร็วและความสามารถในการจัดการหน่วยความจำได้อย่างดี ในบทความนี้เราจะเรียนรู้วิธีติดตั้ง Rust และเริ่มต้นใช้งานภาษา Rust เบื้องต้น
1. ติดตั้ง Rust
Rust ใช้ตัวติดตั้งชื่อว่า rustup ซึ่งเป็นเครื่องมือสำหรับจัดการเวอร์ชันของ Rust และเครื่องมือต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
วิธีติดตั้งบน Windows
- ดาวน์โหลด
rustup-init.exeจากเว็บไซต์ทางการของ Rust: https://rustup.rs - เปิดไฟล์และทำตามคำแนะนำบนหน้าจอ
- หลังจากติดตั้งเสร็จ ให้เปิด
Command PromptหรือPowerShellแล้วพิมพ์คำสั่งต่อไปนี้เพื่อตรวจสอบเวอร์ชันของ Rust:
rustc --version
วิธีติดตั้งบน macOS / Linux
- เปิด Terminal แล้วรันคำสั่ง:
curl --proto '=https' --tlsv1.2 -sSf https://sh.rustup.rs | sh
2. เมื่อการติดตั้งเสร็จสิ้น ให้รีสตาร์ท Terminal แล้วตรวจสอบเวอร์ชันของ Rust:
rustc --version
2. การเขียนโปรแกรมภาษา Rust เบื้องต้น
หลังจากติดตั้ง Rust แล้ว เราสามารถเริ่มเขียนโปรแกรม Rust ได้ทันที โดยใช้ cargo ซึ่งเป็นเครื่องมือจัดการแพ็กเกจและคอมไพล์โค้ด Rust
2.1 สร้างโปรเจกต์ Rust แรก
- เปิด Terminal หรือ Command Prompt และสร้างโปรเจกต์ใหม่ด้วย
cargo:
cargo new hello_rust
2. เข้าไปยังโฟลเดอร์โปรเจกต์:
cd hello_rust
3. เปิดไฟล์ src/main.rs และแก้ไขให้เป็นดังนี้:
fn main() {
println!("Hello, Rust!");
}
4. คอมไพล์และรันโปรแกรมโดยใช้คำสั่ง:
cargo run
ผลลัพธ์ที่ได้ควรเป็น:
Hello, Rust!
2.2 ตัวอย่างโค้ดพื้นฐาน
1. การใช้ตัวแปร
fn main() {
let x = 10;
let y: i32 = 20;
println!("x = {}, y = {}", x, y);
}
2. การใช้เงื่อนไข if
fn main() {
let number = 10;
if number % 2 == 0 {
println!("{} is even", number);
} else {
println!("{} is odd", number);
}
}
3. การใช้ลูป for
fn main() {
for i in 1..5 {
println!("Iteration: {}", i);
}
}
4. การใช้ฟังก์ชัน
fn add(a: i32, b: i32) -> i32 {
a + b
}
fn main() {
let result = add(5, 10);
println!("Result: {}", result);
}
3. สรุป
ภาษา Rust เป็นภาษาที่ทรงพลังและปลอดภัยสำหรับการพัฒนาแอปพลิเคชันที่ต้องการความเร็วและความปลอดภัยของหน่วยความจำ บทความนี้ได้แนะนำตั้งแต่การติดตั้ง Rust ไปจนถึงพื้นฐานการเขียนโปรแกรม โดยมีตัวอย่างโค้ดพื้นฐานให้ทดลองใช้งาน หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมสามารถศึกษาได้จาก Rust Book ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลอย่างเป็นทางการของ Rust
![]()
